‘พล.อ.ประยุทธ์’ ยันพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย วอนอย่าสร้างปมความขัดแย้ง ขอปชช.เชื่อมั่นในรัฐบาล ชี้งานกระจายอำนาจเริ่มดูดี ย้ำชัดไม่ปรับครม.
6 มี.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ว่าสุดท้ายคงเป็นเรื่องการเลือกตั้ง เรื่องประชาธิปไตย หากพูดว่าประชาชนเป็นใหญ่ เป็นเจ้าของประเทศอย่างเดียวบางครั้งมันก็โอเค “ใช่” ข้อเท็จจริงนั้นแน่นอน แต่มันอาจจะไม่เหมาะสม ในช่วงเวลานี้นะ เพราะงั้นต้องมีเวลาให้ทุกคนเรียนรู้ แล้วรู้ว่าการมีส่วนร่วมกันอย่างไร มีจิตสำนึก มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบ แล้วจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างไร ตระหนักถึงสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นด้วย ทางฝ่ายการเมืองต้องเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นไม่ใช่ทำให้มันมีปัญหา มิฉะนั้นความขัดแย้งมันจะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน วันนี้รัฐบาลนี้ วันหน้ารัฐบาลใหม่ รัฐบาลต่อไป มันก็เป็นอยู่แบบนี้ ท่านต้องให้คนเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกันยังไง ตนยินดีรับฟังความเห็นทุกคน แต่มันก็จำเป็นต้องตัดสินใจเดินหน้าทำงาน ตนชอบให้มีการถกแถลง มีเหตุมีผลกันนะ
“ ผมอาจจะเป็นทหารมาทั้งชีวิต แต่ผมก็ฟังนะ ส่วนใหญ่ผมฟังทั้งนั้นแหละ แต่ผมอาจจะยังไม่ตัดสินใจเวลานั้น แต่ผมก็กลับมาทบทวน แล้วผมก็สั่งท่านที่ท่านต้องการนั่นแหละ มันต้องทำแบบนี้ ข้าราชการวันนี้ก็ต้องเป็นแบบนี้นะ ฟังเหตุฟังผลกัน ไม่ใช่โกรธ เกลียดลูกน้องเสนออะไรมา วันนี้หลายคนก็ตำหนิติเตียนฝ่ายเศรษฐกิจของผมนะ หลายกระทรวงโน้น กระทรวงนี้ เขาทำแทบตาย ท่านไม่รู้เลยนะ เขาเจอปัญหา อะไรที่ท่านบอกว่าเขาต่ำ น่ะเขาแย่กว่าคนอื่น นั่นแสดงว่าเขาแก้ไขปัญหามากเขาถึงเดินหน้าไม่ได้มากนัก หัดมองอย่างนี้บ้าง ผมรู้เพราะผมสั่งเขา เขาก็รายงานกลับมา ติดตรงนี้ เพราะอย่างนี้ อ้าว ผมก็แก้อย่างนี้ให้ แก้ใน ครม. แก้ใน สนช. แก้ใน มันก็ช้าไง ท่านก็บอกว่าไม่มีผลงาน มันจะมีได้ยังไงล่ะ มัน บอกง่ายๆ ว่ามันก็เละอยู่ข้างใน ในกระทรวง นะทุกกระทรวงแก้ไขนะ ผมจะไม่เล่นงานเจ้ากระทรวง จะเล่นงานข้างล่างลงไปนั่นนะ เป็นข้าราชการก็ต้องทำ สมัยนี้จะทำ ก็ต้องทำอย่างนี้นะ ต้องเร็ว ไม่สั่งก็ไม่เร็วนะ ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับอีกเรื่อง คือ การกระจายอำนาจ นี่ เหมือนกันนะ หลายอย่างดี หลายอย่างก็โอเค เป็นประชาธิปไตยโลก แต่บางอย่างมันไปไม่ได้เช่น ให้ อบท. มารับผิดชอบ ถนนในหมู่บ้าน คืองบประมาณมันก็จำกัดนะซ่อมแซมก็ไม่มีงบคุณภาพในการทำก็ไม่ได้อะไรเหล่านี้ ไปทบทวนกันเองแล้วกันนะว่าจะเอายังไง ถ้าทุกคนบอกกระจายๆ หมด เอางบประมาณลงไปให้หมด อย่างที่บอกไปแล้วว่าแผนยังทำไม่สำเร็จเลย แล้วเอาเงินลงไปเยอะๆ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ จึงให้ไปทบทวนใหม่ อย่าพูดแต่หลักการว่า ประชาธิปไตยต้องเลือกตั้ง แล้วอะไร กระจายอำนาจ ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ถ้าอย่างนี้ไม่ต้องมีรัฐบาล ไม่ต้องเลือกตั้งเลยนะ ก็ปกครองกันยังไงก็ได้ ประชาชนเป็นใหญ่ ใครใหญ่ก็ปกครองไปแล้วกันนะ มันได้ไหม แล้วอะไรก็ตามที่รัฐบาลจะต้องทำต่อไป ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ใครจะเป็นฝ่ายค้าน อะไรที่เป็นโครงการดีๆ แม้แต่วันนี้ที่ตนทำอะไรไม่ดีก็เลิกได้วันหน้า ถึงเวลามันก็เลิกได้ อันไหนที่ดีท่านต้องทำต่อ ท่านทำไหมเล่า หรือท่านจะไปทำอีกแบบ
“ ผมไม่รู้ บางอย่างอันไหนดีอยู่แล้วผมก็มาปรับแก้ ผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรของใครทั้งสิ้น เพียงแต่อย่าให้มันเกิดปัญหากับประเทศชาติ ถนนหนทาง ไปดูซิทำยังไง กระจายรายได้ทำยังไง เหมาะไหม เงินทองจะเอามาจากที่ไหน นะ วันนี้ภาษีก็สั่งไปแล้วต้องทำอย่าให้เขาเดือดร้อนนะ ในเรื่องของงภาษีที่ดิน ภาษีอะไร เดี๋ยวไปคุยกัน ทุกอย่างคุยกันได้หมด ยังไม่เกิดสักอย่าง นะเราก็ต้องดูในทุกแง่ทุกมุมแต่มันไม่เก็บ มันก็ไม่ได้ เพราะว่าไม่มีเงินยังไง เอาเงินจากที่ไหนมา แล้วนี้ปัญหามันก็เยอะไปหมด ถ้าเราทำทุกอย่างหมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ให้เวลา แล้วก็เชื่อใจ เชื่อมั่นรัฐบาล ในการบริหารราชการในวันนี้ ว่าเราทำเต็มที่แล้ว แล้ววันหน้าท่านก็เปรียบเทียบเอาแล้วกันว่าจะเป็นยังไง ถ้าวันนี้ท่านไม่ร่วมมือกับผม มันก็ไปไหนไม่ได้เหมือนเดิมแหละ ก็อยู่ที่เก่านะ แย่กว่าเดิมด้วยนะ ผมจะบอกให้ เพราะทุกอย่างมันปรับเปลี่ยน แล้วก็เริ่มต้นใหม่ ใช่ไหม นี่เขาเรียกการปฏิรูปไง ระยะเร่งด้วย ถ้าไม่ทำแบบนี้มันก็ไม่ได้ปรับเปลี่ยนซะที ก็รอไปเรื่อยๆ นะแล้ววันหน้าก็ไปบ่นกับรัฐบาลหน้าว่าเอ๊ะ ว่าทำไมมันเป็นอย่างนี้อย่างนั้นอีกแล้วไง ต่อไปเหมือนเดิมใช่ไหม ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เอาล่ะวันนี้ก็พูดมาเยอะอีกแล้ว ก็พยายามจะสร้างความเข้าใจให้ได้แล้วกัน ไม่อยากให้มาถามตนอีกว่ามีผลงานยังไง ตนจะปรับรัฐมนตรีคนไหนบ้าง ช่วงไหน ถ้ากระทรวงไหนท่านบอกไม่มีผลงานน่ะท่านย้อนไปดูซิว่ามีปัญหาอะไรบ้างในกระทรวงนะ ข้าราชการรีบแก้ไขตัวเองนะครับ กระทรวงที่ประชาชนไม่เชื่อถืออ่ะนะ ตนไม่โทษเจ้ากระทรวง เพราะว่าผมรู้ ผมตั้งไปเองนะ แล้วก็มีการประชุม มีการทำงานร่วมกัน แต่มันไม่ออกเพราะว่าเขาไม่ได้ไปทำเอง รัฐมนตรีทำเองไม่ได้ ข้าราชการเป็นคนทำทั้งสิ้น แสดงว่ากลไกมันไม่ได้ ก็ไปว่ามา นะ ผมก็ไว้ใจทุกคนน่ะ ขอบคุณนะ ขอให้ทุกคนมีความสุข เสาร์อาทิตย์ พักผ่อนให้เต็มที่ แล้วก็อดทนกันหน่อย ให้มากขึ้นกว่าเดิมนิดหนึ่ง พูดจาฟังกันบ้าง หรือพูดให้น้อยลงกันซะบ้าง สำหรับผมคงต้องขอท่านแบบนี้ ขอพูดไปก่อน จนกว่าท่านไม่มาถามตนผมว่าเอ๊ะ ทำอะไรยังไง ถ้าถามแบบนี้ ผมก็ต้องพูดแบบนี้ นะ ถ้าท่านเข้าใจมากขึ้น ผมก็พูดน้อยลงเท่านั้นเอง นะครับ
‘นายกฯ’ วอนคนในชาติช่วยส่งเสริมบบาทสตรี
6 มี.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ว่า ในวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปีนั้น เป็นวันสตรีสากล คนไทยนั้นไม่ว่าจะเชื้อชาติ ศาสนา หรืออาชีพใด คงจะต้องร่วมเฉลิมฉลองความเสมอภาคและแสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมกันในสังคม ในปีนี้จะตรงกับวันอาทิตย์ ที่ผ่านมาประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะมุ่งให้เห็นความสำคัญของสุภาพสตรีมาโดยตลอด รวมถึงได้มีการก่อตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ ที่เรียกว่า กสส. ขึ้นเป็นทางการเพื่อจะส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทของผู้หญิงในสังคม ให้ระลึกถึงความเป็นมาแห่งการต่อสู้เพื่อให้ได้ซึ่งความเสมอภาค ยุติธรรม สันติภาพ และการพัฒนาครับ ในโลกยุคใหม่นั้นให้ความสำคัญและยอมรับผู้หญิงมากขึ้น ทำให้ผู้หญิงในปัจจุบันมีบทบาทอย่างแพร่หลายต่อการขับเคลื่อนของสังคม ตนขอให้พี่น้องชาวไทยทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพ บทบาทของสตรีในสังคมไทยให้มากขึ้น หลายท่านเห็นได้ว่ามีศักยภาพ จนเป็นที่ประจักษ์ และเป็นพลังสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
‘นายกฯ’ เผยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้เกิด ‘เถ้าแก่น้อย’ รายใหม่
6 มี.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ถึงการขับเคลื่อนงานสำคัญของรัฐบาล ดังนี้เรื่องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณเราได้วางแผนงบประมาณใหม่ได้มีการกำหนดมาตรการการเบิกจ่ายเพิ่มเติมในรัฐบาลนี้แตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมาทั้งหมด เพื่อเน้นถึงความทั่วถึง เท่าเทียม โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เราได้เริ่มมา 4 ด้าน ด้วยกันในการจัดทำงบประมาณปี 58 นี้ ก็คือ1) มีการระบุโครงการที่ชัดเจน ตั้งแต่ในขั้นตอนกระบวนการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2558 ซึ่งรวมถึงการระบุโครงการในส่วนของท้องถิ่น ซึ่งในอดีตไม่เคยมีการทำมาก่อน ทั้งนี้เพื่อให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงให้นำเม็ดเงินเข้าสู่ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพนะครับ2) ก็คือการตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณที่สูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายทั้งปี สูงขึ้นถึง 92% เพื่อจะเป็นการกระตุ้นทุกภาคส่วนให้เร่งเบิกจ่าย ณ.สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2558 เป็นต้นไป มีการเบิกจ่ายงบประมาณไปแล้ว 42.55% และคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายของไตรมาส 2 ที่ 55%3) มีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อให้มีการอนุมัติงบประมาณในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วมีการตรวจสอบและรับผิดชอบการเบิกจ่ายโครงการต่างๆ4) มีมาตรการดูแลการจ้างงาน ช่วยเหลือคนในท้องถิ่น รวมถึงเกษตรกร เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน กระตุ้นให้งบประมาณลงสู่ประชาชนในภูมิภาคโดยตรงส่วนปัญหาการเบิกจ่ายที่ยังล่าช้านั้น ตนได้สั่งการและกำชับให้กระทรวง มหาดไทย กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้หาทางลดระยะเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณ แต่ต้องโปร่งใส และอนุมัติโครงการ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการเร่งรัดติดตาม กำกับดูแล ซึ่งทุกฝ่ายกำลังดำเนินการอยู่ในเรื่องการส่งเสริม SMEs, OTOP ฯลฯ ใน กทม.ในต่างจังหวัด ในท้องถิ่น ทั้งหมด
“ ผมได้สั่งการในที่ประชุม ครม. ในวันอังคารที่ผ่านมา ให้มีการส่งเสริมให้เกิด “เถ้าแก่น้อย” นะครับ รายใหม่ๆ เพื่อเป็นตัวอย่างในการส่งเสริมธุรกิจ SMEs ให้มีศักยภาพขึ้นในประเทศ เพื่อจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ส่งเสริมการผลิตสินค้านวัตกรรมใหม่ โดยให้ สสว. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง จัดทำเป้าหมายกิจการที่ควรสนับสนุนร่วมกัน จังหวัด ละ 4 - 5 อย่าง เราจะมาจัดระเบียบ แล้วหาเงินสนับสนุนให้ก็ขอความร่วมมือด้วย ให้ขึ้นทะเบียนในกิจการที่ท่านต้องการ กิจกรรมหรือกิจการใดๆ ก็ตามที่ท่านต้องการให้เราส่งเสริม มันจะได้เร็วขึ้น ถ้ามัวแต่เสนอผ่านตามขั้นตอนมันเสียเวลา มันช้าเราต้องเร่งรัดให้ได้โดยเร็ว ภายใน 1 เดือนนี้ กิจการ SMEs/OTOP ในแต่ละจังหวัดคิดว่ามีตลาดจริงๆ แล้วมีผลผลิตที่ออกมา สามารถทำได้ถ้าเขาสั่งเป็นจำนวนมาก เหล่านี้พร้อมที่จะช่วยเหลือ ได้ตรงตามเป้าหมายและก็รวดเร็วด้วย ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
‘นายกฯ’ เผยเล็งใช้คูคลองมาทำเส้นทางการสัญจรทางน้ำ
6 มี.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ถึงการดำเนินการจัดโซนนิ่งพื้นการทำการเกษตรกรรม ว่า เรื่องการทำโซนนิ่งพื้นที่เกษตรกรรมพูดกันมาเยอะแล้วหลายรัฐบาลแล้วยังไม่เคยทำได้ วันนี้เราต้องริเริ่มให้ๆได้ แล้วก็ดำเนินการให้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม บางส่วนในพื้นที่ด้านการเกษตรแต่ละจังหวัด จะต้องมีการเกื้อกูลระหว่างกันเพราะว่า ตรงไหนมีน้ำก็ปลูกข้าวได้ ปลูกพืชใช้น้ำมากได้นะครับ หลายๆครั้ง ตรงไหนไม่มีน้ำ เราอาจจะส่งเสริมเป็นแหล่งผลิตพืชที่ใช้น้ำน้อย หรือทำปุ๋ยอินทรีย์ก็ต้องส่งเสริมไป แล้วไปชี้แจงทำความเข้าใจกับเขาให้ชัดเจนขึ้นว่า ทำต่อไปก็เสียหาย ทำต่อไปก็ไม่ได้กำไร ขาดทุนตลอด ถ้ามันเกื้อกูลกันได้ ตรงนี้น้ำมาก ตรงนี้น้ำน้อย น้ำน้อยก็ทำปุ๋ย ตรงไหนน้ำมากก็ให้เขาทำไป เราก็ได้ราคาค่าปุ๋ยมา ดีกว่าที่จะไปทำข้าว แล้วก็ตาย ขาดทุน หรือปลูกพืชที่มันขาดทุนนะครับ ก็ให้กระทรวงเกษตร มหาดไทย ช่วยไปดูแลให้มันชัดเจนขึ้นนะ ผ่านสหกรณ์ชุมชนต่างๆ กลุ่มเกษตรกรทุกคนต้องช่วยกันทำความเข้าใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทัศนคติใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันเราก็ไม่อยากบังคับท่าน แต่ขอให้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เกษตร ชลประทาน มหาดไทยสิ่งที่ตนอยากให้มีข้อมูลเพิ่มขึ้นก็คือข้อมูลให้ประชาชนทราบ วันนี้ราชการทราบอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ประชาชนต้องทราบด้วยว่าเอ๊ะ ที่บ้านเราอยู่นี่ มีน้ำเพียงพอไหม ชลประทานจะมีโอกาสมาถึงได้หรือเปล่า ไฟฟ้าจะมาได้อย่างไร แล้วก็ในเรื่องของน้ำใต้ดินมันมีหรือเปล่า สภาพดินเป็นอย่างไร ปลูกพืชมันเหมาะสมกับอะไร ต้องฟังอันนี้ตนให้ทำเป็น APP เข้าไปในโทรศัพท์ด้วย ตนว่ามาดูเรื่องเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ ทุกกระทรวงจะใส่เข้าไปด้วยทั้งหมด เป็นความรู้เพื่อประชาชน อันนี้ก็สั่งการไปแล้ว ขอให้ติดตามเรื่องนี้ด้วย ก็ขอให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ได้เร่งขับเคลื่อนสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ไม่ใช่เป็นการประชาสัมพันธ์อย่างเดียว ตนอยากให้เป็นการ ให้ความรู้ประชาชน เพื่อจะประกอบอาชีพได้ถูกต้องจะทำยังไง ควรจะเป็นอย่างไร มันจะได้อธิบายกัน ไม่ต้องซ้ำๆๆๆ แบบที่ตนต้องพูดทุกอาทิตย์
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่าเรื่องการสัญจรทางน้ำวันนี้เรามีแม่น้ำ ลำคลอง มากมาย รัฐบาลก็จะส่งเสริมการสัญจรทางน้ำให้มากขึ้น ถนนบางครั้งเราก็สร้างไม่ไหว 1 ทุนแพงขึ้น 2 มันไปขวางเส้นทางน้ำ แล้วก็มีการ ต้องทำ EIA อะไรต่างๆ มันก็ไม่ผ่านอีก ประชาชนก็ไม่เห็นชอบ เหล่านี้ ก็น่าจะต้องไปพัฒนาการสัญจรทางน้ำให้มากขึ้น โดยเฉพาะคลองแม่น้ำ ที่มันผ่านในเมืองสำคัญ ๆ นั้นก็น่าจะพัฒนาให้มีทางสัญจรเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร การลงทุนในเรื่องของถนน สะพานต่างๆเช่น ถ้าในเมืองก็เป็นเรือพาย เรือจ้าง ไม่มีเครื่องยนต์ สำหรับรับส่งคน และก็ท่องเที่ยวด้วย ส่งเสริมการท่องเที่ยว อาจจะเป็นที่ตนเคยเรียกไว้ว่า Gondola เมืองไทยยังไงล่ะ ก็เอาเรือจ้างมาทำสวยๆ นะครับในพื้นที่ตอนในนครับเสียงไม่หนวกหู ไม่สร้างมลพิษ แต่รอบๆ นอกก็ใช้เครื่องได้ ก็อยากให้เพิ่มในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ อุปกรณ์ช่วยชีวิต ชูชีพอะไรต่างๆ ท่าน้ำต่างๆ ต้องปลอดภัย เรือด่วน เรือเมล์ อะไรต่างๆ ในส่วนของคูคลองต่างๆ ที่มันสามารถทำได้ก็เปิดเป็นตลาดน้ำเพิ่มเติม มีการค้าขาย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ให้ได้อย่างที่รัฐบาลพยายามทำให้เป็นตัวอย่างอยู่นี่นะ อยากให้ทำให้สำเร็จภายใน 6 เดือน ทั้งกทม.และต่างจังหวัด นับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป ก็ขอให้รายงานให้ทราบผลการปฏิบัติของท่านด้วยว่าทำได้หรือไม่
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวต่อว่า ในจังหวัดใดที่มีคูคลอง มีแม่น้ำก็น่าจะเปิดการสัญจรทางน้ำ ได้มากขึ้น นอกจากการท่องเที่ยวอย่างเดียว มีเรือเร็ว เรือด่วน ให้ปลอดภัย มีภาคเอกชนไหนที่สนใจ ก็สามารถติดต่อเข้ามานะครับที่กระทรวงคมนาคม – กรมเจ้าท่าหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที ขอให้เร็วด้วย เหมือนที่มีในแม่น้ำเจ้าพระยานี่นะ ไปทำที่อื่นด้วยก็ดี น่าจะดีนะมันจะได้ลดเรื่องการเดินทางด้วยรถยนต์ลงไปบ้าง ส่วนเรื่องการสร้างตลาดชุมชน ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำ โครงการ “ตลาดนัดชุมชน ไทยช่วยไทย คนไทยยิ้มได้” เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายแก่เกษตรกรโดยตรงนะครับ และส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ในเรื่องราคา เรื่องระบบการตลาด ลดทอนอำนาจพ่อค้าคนกลาง และให้พี่น้องประชาชนในชุมชนได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีในชุมชนตนเองบางทียังไม่ทราบว่าบ้านเรามีอะไร ปลูกอยู่แล้วบ้าง หรือขายอะไรที่มันดีๆ ส่วนใหญ่ไปขายข้างนอกหมดนะ เพราะงั้นถ้าพื้นที่เดียวกัน ได้รับประทาน ได้ใช้อุปโภค บริโภค ก็แลกเปลี่ยน แนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็คือว่า ถ้าลดค่าใช้จ่ายก็คือปลูกไว้ทานเอง ถ้ามีเหลือก็แลกเปลี่ยนกัน แล้วถ้าเหลือมากกว่านั้นก็ขาย ถ้าขายแล้วยังเหลืออีก ก็ลงทุนสร้างโรงงาน สร้างการผลิตต่างๆ ให้เกิดขึ้น นั้นแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่แล้ว
“ วันนี้ที่รัฐบาลนี้ส่งเสริมไป มีตลาดชุมชนเกิดขึ้นแล้ว 2,063 แห่งนะครับ ทั่วประเทศ ก็คงต้องมีอีกนะครับ ที่ผ่านมานั้นได้รับการายงานว่ามีผู้จำหน่ายถึงเกือบ 9 หมื่นราย และมียอดจำหน่ายทั่วประเทศถึงในปัจจุบัน ตั้งมายังไม่กี่เดือนนี่นะครับกว่า 820 ล้านบาท วันนี้รัฐบาลก็ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเร่งยกระดับมาตรฐานของตลาดนัดชุมชนนะครับ ให้เป็นที่น่าเชื่อถือ คัดสรรสินค้าดีมีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของท้องตลาด แล้วก็ในพื้นที่ด้วย ในราคายุติธรรมจากชุมชน จากเกษตรกรมาจำหน่าย รแล้วก็ส่งเสริมการจัดกิจกรรมต่างๆ ประกอบไปด้วย เพื่อเรียกร้องความสนใจ เช่น การแสดงดนตรีศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน กิจกรรมสาธิต นิทรรศการ สวนสนุก และให้ความรู้เรื่องสุขลักษณะของตลาดนัดแก่ผู้จำหน่ายด้วยก็ต้องช่วยกันเองนะ ถ้าเราไม่ช่วยตัวเองกันบ้าง ไทยต้องช่วยไทยด้วย เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน แต่ท่านต้องช่วยตัวเองก่อนนะครับ ซึ่งต่อไปก็จะขยายต่อไปทั่วทุกภูมิภาค ก็ฝากท่านผู้ว่าฯ ท่านหัวหน้าส่วนราชการ เกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด สมาคม หอการค้า อุตสาหกรรมจังหวัดด้วยนะครับ ช่วยกันดูหน่อยซินะ ปล่อยให้รัฐทำอย่างเดียว กระทรวงทำอย่างเดียว มันก็ไม่ไหวนะ ภาคเอกชนต้องช่วยกันด้วย ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า ตนสนับสนุนให้มีการขึ้นบัญชีทุกแห่งไว้ ในแต่ละจังหวัดนั้นมีอยู่แล้วกี่แห่ง เพราะผมถือว่าเป็นงานนโยบาย ต้องขึ้นบัญชีให้ได้ ว่ามีกี่แห่งแล้วตลาดเรา มีตลาดอะไรบ้าง อันไหนได้ผล อันไหนไม่ได้ผล อันไหนไม่มีคนสนใจ มันต้องประชาสัมพันธ์ให้กว้างขวางนะครับ แล้วนำเข้าในโทรศัพท์ คนจะได้รู้ว่ามีอะไรดีๆ อยู่ที่ไหน ห้วงไหน เวลาไหน ผลไม้ที่ไหน ข้าวที่ไหน นะ ให้เพิ่มเติมไปทุกประเภทเลย ทั้งข้าว ผัก ผลไม้ เกษตรอินทรีย์ต่างๆ เราต้องเตรียมการตลาดชุมชนเราจะไปไหนต่อ นอกจากในประเทศแล้ว ก็จะไปเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้ากันต่อไป หรือส่งออกไปต่างประเทศ ในอาเซี่ยน ถ้าเราทำได้แบบนี้ ก็จะต่อเนื่องเชื่อมโยง ราคาผลผลิตด้านการเกษตรก็น่าจะดีขึ้นนะ ก่อนอื่นเราต้องช่วยกัน ช่วยกันทานก่อนนะ ช่วยกันกินของดีๆ ก่อน ให้ได้ ต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะใช้ผลิตผลการเกษตรที่มันเป็นอินทรีย์ น่ะนะครับ ที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีนะ เพราะฉะนั้น พื้นที่ใดก็ตามที่มันปลูกข้าว ปลูกอะไรไม่ได้เยอะๆ ก็มาทำปุ๋ย ทำอะไรไปขายเขาไม่ดีกว่าเหรอนะ ไปเก็บผักตบชวาที่มันรกรุงรังตามคลองมาก็มารวบรวมกองๆ ไปแล้วใช้การย่อยสลาย
‘นายกฯ’ บ่นน้อยใจ ปชช.ไม่ฟังข้อมูลข่าวสารที่รบ.พยายามนำเสนอ
6 มี.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ว่า การสร้างการรับรู้ และความเข้าใจต่อประชาชน ที่ผ่านมานั้นเราทำงานไปหลายเรื่อง วันนี้ตนยังได้รับคำถามอยู่เลย ว่าผลงานรัฐบาลมีอะไรบ้าง บางครั้งตนก็ชี้แจงนี่ก็เหนื่อย ซึ่งก็บอกว่าท่านไม่เคยจำได้เลยหรือว่าตนพูดอะไรไปแล้วบ้าง หลายอย่างก็เสร็จไปแล้ว หลายอย่างก็กำลังทำอยู่ หลายอย่างก็เรื่องอนาคต เรื่องปฏิรูป แต่ท่านไม่เคยฟังเลย ท่านก็ถามตนทุกครั้งว่า เป็นยังไง ทำอะไรไปบ้าง สำเร็จแล้วยังมองไม่เห็นเลย แล้วก็อะไรล่ะ ไหนว่าจะมาแก้ปัญหาให้ประชน แล้วทำไม่สำเร็จ ไม่มีอะไรดีขึ้น แถมเศรษฐกิจก็แย่ลง คือไม่ฟังนะต้องฟังบ้างซิ แล้ววันนี้ตนให้ปรับวิธีการสื่อสารใหม่ สร้างความรู้ในเรื่องต่างๆ ทุกเรื่อง ท่านก็พยายามฟังหน่อย ทีวี โทรทัศน์ วิทยุ อย่าไปฟังแต่เพลงอย่างเดียว ดูหนัง ละครอย่างเดียว ก็ดูที่เป็นสาระซิ ตัวเองก็ต้องเกี่ยวข้องด้วยไง จะไปหาเขาที่ไหน ไปฟังเจ้าหน้าที่อย่างไร เจ้าน้าที่เขาพูดอย่างนี้ เข้าใจใช่ไหม ไอ้นี่ไม่ฟังอะไรเลย แล้วบอกว่า เอ๊ะ ไม่เห็นทำอะไรให้เลย ไมได้วันนี้ต้องสร้างการรับรู้ในทุกระดับนะ เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนก็ต้องรู้นโยบายของรัฐบาล แล้วสามารถสร้างการรับรู้ให้ได้ ตอบคำถามประชาชนให้ได้ สื่อสารถึงเขาว่าเหตุผลเป็นยังไงในทุกมิตินะ แล้วก็ต้องแยกให้ชัดเจน เขาจะได้ไม่ว่าอีกว่าเราทำอะไร หรือเราไม่ทำ หรือเกียร์ว่าง นี่ผมว่ามันเสียชื่อนะ เพราะงั้น วันนี้ต้องสร้างความเข้าใจให้มากขึ้น
อันที่หนึ่งก็คือเรื่องงานประจำ function หรืองาน routine งานที่เป็นระเบียบปฏิบัติประจำ งานบริหาราชการแผ่นดินปกตินี่ ก็ว่าไปสร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ได้แต่เรื่องอะไรที่เป็นงานนโยบายเร่งด่วน แล้วก็ เรื่องที่เป็นนโยบายแต่ยังไม่เร่งด่วนทั้ง 2 เรื่องนี่ก็ทำไปแล้วเหมือนกัน การช่วยเหลือประชาชน ลดความเดือดร้อน การส้รางความมั่นคงยั่งยืนในอนาคต ต้องอธิบายให้เขาถึงว่า เอ๊ะที่เราทำแบบนี้เพราอะไรนะ ปัญหามันคืออะไร ถ้าไม่บอกจะทำนี่ทำโน่น บางทีเขาไม่เห็นด้วนตลอดนะ เขาไม่รู้ไง ไม่รู้ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน เราเข้ามาเป็นรัฐบาลเราถึงรู้เพราะฉะนั้นข้าราชการก็ต้องรู้ นะมีหลายส่วนด้วยกัน ทั้งรัฐ ทั้งการบริหาร ทั้งข้าราชการทั้งประชาชน วันนี้ต้องอุดรอยรั่ว เชื่อรอยต่อเหล่านี้ให้ได้นะ ต้องอธิบายปัญหาให้เขาทราบว่าที่ผ่านมามันเป็นยังไง แล้ววันนี้เราแก้ยังไงอยู่ ไม่งั้นก็ไปไม่ได้ ก็ประท้วง ขัดแย้ง กันอยู่แบบนี้ วันหน้าก็เกิดอีก รีบทำตอนนี้นะ ผมจะดูด้วย ก่อนเมษาฯ นี่ครั้งหนึ่ง ภายในเมษา นี่ จะดูข้าราชการทำยังไง เคลื่อนไหวแค่ไหน ยังไง ภาคเอกชน ภาครัฐ รัฐบาลต้องทำให้ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การสื่อสารสร้างการรับรู้นะทั้งทางสื่อ โทรทัศน์ วิทยุ เป็นเอกสาร ในเรื่องของเวปไซต์ แอ๊บ โหลดต่างๆ ลงไปในโทรศัพท์มือถือ โซเชียลมีเดียเหล่านี้มัน ต้องชี้แจงด้วย ทั้งหมดร่วมกันประชาชนก็หาเองได้ โฆษกรัฐบาล ทีมโฆษก ทีมทั้งของรัฐบาล ของ คสช. กระทรวง ทบวง กรม ชี้แจงซิ ชี้แจงไปหนังสือพิมพ์ก็ช่วยเอาไปลงหน่อย หลายกระทรวงเขาก็บอกว่า ส่งไปแล้วท่านก็ไม่ลง ท่านก็มาเอาแต่ผมลงนี่แหละ มันก็มีการขัดแย้งกันอยู่เรื่อยๆ ต้องตัดสินใจ ต้องวางแผนงานต้องริเริ่มหลายๆ เรื่อง เพราะงั้น ไปรับฟังผู้ปฏิบัติเขาบ้าง ไม่ฟังท่านก็ไม่รู้เขาทำอะไร ท่านก็มาบอกว่าตนพูดอย่างเดียว พูดต่อไป เดี๋ยวหาว่าตนบ่นอีกแล้ว ก็เป็นอย่างนี้ วันนี้ผมก็ได้ยินคำถาม ถามอีกแล้วว่า วันนี้รัฐบาลมีผลงานอะไรบ้าง ตนก็ถามกลับไปว่าเขาไม่รู้เลยหรือ เขาก็หัวเราะแหะๆ ไปนะ จริงๆ เขารู้ แล้วเขาก็เขียนแบบนี้ เขียนแบบนี้ ประชาชนก็ตื่นตระหนกไปหมด แล้วก็มาเล่นงาน คสช. อีก ตนเข้ามาแก้ไขให้ท่านยังมาทำแบบนี้อีกนะ เพราะงั้นก็ขอให้ทุกอย่างนี่ให้แพร่หลายไปยังต่างประเทศด้วยนะ
“ ทั้ง TGN ทูตไทย สถานทูต พาณิชย์ การค้าอะไรต่างๆ ทั้งหมด ต้องมีข้อมูบเหล่านี้ว่าวันนี้รัฐบาลทำอะไรกันอยู่ ปัญหาคืออะไร แก้ไขอะไร ท่านรักประเทศไทยมั้ยล่ะ ถ้าท่านรักประเทศไทย ท่านจะปฏิรูป ท่านจะทำให้อยู่ดีกินดี เพื่อแผ่นดินเกิดของท่าน นี่ ท่านทำมั๊ยล่ะครับ ถ้าท่านตั้งใจทำ มันทำได้หมดแหละ อย่างที่ผมพูดนี่นะเพราะงั้นเรื่องอะไรก็ตามที่รัฐบาลทำไปแล้วก็แจ้งให้เขาทราบนะว่าเราทำไปแล้ว เราไม่ได้ไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ได้จับคุมคุมขังคนมา 3-4 พัน ก็จะมีข่าวอยู่แบบนี้ แสดงว่ามีคนไปปล่อยข่าวอยู่นะ ในสื่อ ในโซเชียลมีเดีย ในต่างประเทศ เยอะแยะไป ก็คนเหล่านี้ ท่านก็ทราบดีอยู่แล้วนะ เขาไม่อยากให้เราเดินหน้าประเทศไป เขาอยากให้เรานี่ เป็นเครื่องไม้เครื่องมือต่อไปหรือ เห็นประชาชนเป็นอย่างนั้นหรือ ไม่ได้วันนี้ผมทำให้ประชาชนนี่ อยากจะให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความรู้มากขึ้น ฉลาดมากขึ้น จะได้ไม่ไปถูกเขาชักจูงไปในทางที่ผิดอีกนะ ท้ายสุดเดือดร้อนก็คือเรานั้นแหละ ประชาชนเราแก้ไขทุกเรื่องเลยนะ แรงงานประมง การค้ามนุษย์ เอาทุกมิตอมาดู เอาปัญหามาดูซิ เขาแจ้งเตือนมาตั้งแต่เท่าไร เกือบ 10 ปีมาแล้ว ยังไม่ได้แก้ให้เขาเลย แล้วมันใครทำล่ะวันนี้ผมก็มาแก้ทั้งหมด เอาแนวทางมาทั้งหมด ตัวอย่างต่างประเทศมา ว่าเอ้ ประเทศนี้ ประเทศโน้นเขาทำกันอย่างไร เราเริ่มต้นก่อนในอาเซี่ยนเลยนะ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
‘นายกฯ’ ชี้แก้ปัญหาค้ามนุษย์ในอุตสากรรมประมงต้องใช้เวลา
6 มี.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องค้ามนุษย์ และปัญหาการทำประมง ว่า ปัญหาอะไรต่างๆ เหล่านี้ ตอนนี้ก็มีหลายประเทศจะร่วมมือกับเรานะ บางประเทศ ก็ยังมีปัญหาอยู่ ก็ต้องสร้างความเข้าใจกับเขา ปัญหาคือเราต้องทำให้ถูกกฎหมายด้วย แล้วก็รายงานขึ้นไป ไปถึง คณะกรรมการ ทั้งกรรมการสิทธิ์ กรรมการค้ามนุษย์ IUU การประมงต่าง ๆมันต้องรายงานความก้าวหน้าหมด ตนก็กราบเรียนว่า วันนี้มันไม่เนร็จทั้งหมดหรอก เพราะมันไม่ได้ทำมาเป็น 10 ปี ถ้าทำวันนี้ มันไม่กี่เดือน กฎหมายกำลังเสนอเข้าไป จดทะเบียนเรือก็ยังไม่ครบ ติดอุปกรณ์ การจับปลา ก็ยังไม่ครบอีก มันจะครบได้ยังไง ก็ต้องให้เวลาเรา ไม่ใช่มากดดันเราตลอดเวลา มันไม่ได้หรอกครับ แต่ถ้าไม่ใช่เรามันก็ยังไม่มีใครทำเหมือนเดิมนั่นแหละ..เข้าใจตรงนี้กันซะบ้างนะเพราะงันเราก็ต้องให้พี่น้องประชาชนทราบทุกเรื่อง ต่อไปนี้นะ ปัญหาอยู่ที่ไหน ใครทำ ใครไม่สนใจ ที่ผ่านมา ก็ต้องบอกกัน เพราะงั้นก็อย่ามาโกรธกัน ถ้าท่านไม่ทำ ท่านจะมาเถียงผมไม่ได้ นอกนั้นก็ต้องขอความร่วมมือภาคเอกชนต่างๆ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม หอการค้าจังหวัด อะไรเหล่านี้ ไปกระจาย ประชาสัมพันธ์ ให้ทราบด้วยว่า ท่านมาประชุมกับผมนี่ มีมาตรการอะไรไปบ้าง อย่ามาพูดอย่างเดียวว่าเอ๊ะ รัฐบาลนี่ช้า ไอ้นั่นก็ออกไม่ได้ ไอ้นี่ก็ช้า การลงทุนก็น้อยพูดอย่างนี้มันขัดยังกับผม ไม่ได้เพราะผมพูดกับท่านไปแล้ว ว่าปัญหามันอยู่ที่ไหนเพราะงั้นวันนี้เรื่องการใช้จ่ายของรัฐบาลก็มีปัญหาเยอะแยะไปหมด ระเบียบข้อบังคับ ระยะเวลา ไม่เคยปรับแก้กันมาเลย แล้ววันนี้พอจะให้ทำ ทำไม่ได้ ที่เคยทำมาไม่ได้ทำแบบนี้ ทั้งๆ ที่มันน่าจะทำแบบนี้มาตั้งนานแล้วหลายรัฐบาลแล้ว ไม่ทำไง มันเพราะอะไรล่ะ ไปหามานะ โทษไม่ได้
“ วันนี้ก็เร่งแก้ให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยว นี่ ก็ต้องเพิ่มเติมนะครับ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม แล้วก็หอการค้าต่างๆ ในแต่ละจังหวัดเพิ่มเติม ทุกนโยบายให้เขารู้ ให้ทุกผู้ประกอบการรู้ ไม่ใช่รู้แต่เพียงบางพวกบางกลุ่ม ไม่ได้วันนี้ผมฟังหลายคนยังไม่เห็นรู้เรื่องเลย ว่ารัฐบาลทำอะไร เอ้า ผมบอกไปทางสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไปแล้วนี่นา ทำไมท่านไม่บอกกันหรือไง ท่านแบ่งแยกกันอยู่หรือเปล่า ผมไม่รู้ ที่ผมต้องพูดอย่างนี้ เพราะมันกลับมาที่ผมไง กลายเป็นว่า เอ๊ะ รัฐบาลไม่ทำอะไร หอการค้า อุตสาหกรรมก็บอกรัฐบาลช้า แล้วมันยังไงล่ะ มีคณะกรรมการร่วมเยอะแยะ ผมบอกแล้วว่า ปัญหาในเชิงโครงสร้างมันก็มี ปัญหาระเบียบ กฎหมายมันก็มี ปัญหาเรื่องการทำงานของข้าราชการที่ผ่านมามันก็มีนะ ตอนนี้ ผมก็ลงไปลึกทุกอันแหละ ลงไปจี้ จนเหลืออีกอย่างลงไปทำเองแล้ว ข้างล่างนะ ทั้งท้องถิ่น ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค อะไรก็แล้วแต่นะ ปัญหามันสะสมมายาวนานนะ ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
‘นายกฯ’ ชี้ทุกอย่างจะต้องเดินให้ทันโรดแม็พพลังงานที่วางไว้
6 มี.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ กล่าวถึงปัญหาเรื่องเรื่องพลังงาน ว่า ในวันนี้ปัญหาเรื่องของพลังงานถือว่าเบาลงไปนิดหนึ่ง แต่ก็ยังมีอยู่ ความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นก็ต้องช่วยกันรับฟังเหตุผลสร้างการรับรู้ ให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ทางนี้ก็ฟัง ทางนี้ก็ให้ ให้มันชัดเจนขึ้นแล้วกันนะ ในเรื่อง ความเพียงพอของพลังงาน เป็นยังไง มันจะขาดได้ยังไง ข้อมูลที่ผ่านมาเป็นยังไง ข้อดีข้อเสียเป็นยังไง ระบบ สัมปทานใหม่ เก่า มันก็เรื่องเดิมๆ ทั้งนั้นะ เพียงแต่พูดกันไม่เข้าใจ ตนก็ไม่รู้เหมือนกัน นะ พูดให้เข้าใจกันซะที สร้างการรับรู้ให้ตรงกันนะ เพราะทั้งหมดมันเป็นผลประโยชน์รัฐ ประชาชน แล้วตนเป็นรัฐบาลในปัจจุบัน ตนไม่หวังประโยชน์ตัวผมเอง หลายคนก็บอกไว้ใจตน แต่ไม่ไว้ใจกระทรวง แล้วมันจะยังไง ก็ต้องไปดูซิว่าเขาชี้แจงมายังไง แล้วฟัง ไม่รู้นะ ถ้ามันทำได้ก็ทำ กำลังแก้กฎหมายอยู่นี่ ไม่รู้จะทันหรือเปล่านี่ กฎหมายนี่ มันต้องทำให้ได้ ถ้าไม่ได้แล้วทำยังไง วันนี้เราพร้อมหรือยัง รัฐเราจะต้องลงทุนเท่าไร ใช้เงินเท่าไร ในการลงทุน วันนี้ยังลงทุนเองไม่ได้เลยในการสำรวจ เพราะเราไม่มีบริษัทของเราของราชการของคนไทยแท้ๆ ก็ไม่มี มันก็มีต่างชาติมาร่วมทั้งนั้น
" ความพร้อมผู้ประกอบการ บริษัทสำรวจ ระบบราชการไทย รวมทั้งการสัมปทานต่างๆ ซึ่งทยอยหมดอายุไปเรื่อยๆ นะครับ วันนี้เราเปิดครั้งที่ 21 มั้ง 20 ครั้งมันก็ทยอยหมดไปเรื่อยๆ อันนี้มันหมด ก็ต้องหาทดแทนตรงนี้ วันหน้าตรงต้นๆ มันหมด อย่างน้อยก็มี 21 แห่ง อยู่ตลอด อย่างน้อยมันก็ใช้ไปได้เรื่อยๆ ใช่ไหม ถ้าเราไม่ทำวันนี้ ไอ้ 21 หมด เดี๋ยววันหน้า เดี๋ยวไปดูซิ 20 หมดเมื่อไร 19 หมดเมื่อไร 18 หมดเมื่อไร แล้วมันจะทำทันไหมนี่ ถ้าไม่ทัน แหล่งพลังงานมันก็ลดลงไป แล้วในประเทศมันก็ขุดเจาะไม่ได้ ราคามันก็ต้องไปซื้อข้างนอกมา บางคนบอกซื้อข้างนอกมาดีกว่า มีตังก็ซื้อเขามา ผมถามว่ามีตังไหมล่ะ ในประเทศก็ราคาก็ขอให้ลดลงให้มากที่สุด อะไรก็ไม่รู้นะ บางทีต้องฟังกันทั้งหมด ผมไม่เข้าข้างใคร ผมจำเป็นต้องขับเคลื่อน ไปพูดคุยกัน ฟังข้อคิดเห็นร่วมกัน อย่าไปพูดอะไรในเชิงที่ปลุกระดมแล้วก็ไม่ใช่เรื่องจริงนะ ผมดูแล้วบางเรื่องมันไม่ใช่ มันไม่ง่ายขนาดนั้นถ้ามันจะขุดน้ำมัน หรือขุดแก๊สขึ้นมา แต่ไอ้เรื่องโกงนี่ไม่ต้องกลัวหรอก เก่งทุกคน น่ะ แต่วันนี้ต้องไม่ให้โกง ทำไงไม่โกง ชี้แจงมา ให้เชื่อมันกันบ้างซิครับ นะ เพราะงั้นเรื่องไหนจะต้องไปสู่การปฏิรูปก็ต้องไปว่าปฏิรูป วันนี้เราต้องทำวันนี้ไง ให้ทันช่วง Road Map ช่วงที่ 2 ของผมนี่ 1 ปีนี่ ไม่ทำวันนี้แล้วทำเมื่อไร แล้วท่านรอไปโน่น รอรัฐบาลใหม่ แล้วมันจะได้ทำไหมเล่า ที่ผ่านมามันก็ไม่ได้ทำ เหมือนเดิม นะ ไม่รู้ แล้วแต่ท่าน ก็พยายามทำให้ดีที่สุด แล้วกัน จะหารือต่อไปนะครับ ตาม Road Map " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
‘นายกฯ’ ขอบคุณทุกหน่วยงานราชการให้ความร่วมมือช่วยลดงบค่าใช้จ่ายทางราชการ
6 มี.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ถึงการลดค่าใช้จ่ายงบประมาณของข้าราชการ ว่าการลดค่าใช้จ่ายข้าราชการ ขอร้องไปแล้ว ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณ หลายๆกระทรวง ที่ให้ความร่วมมือ ค่าเครื่องบิน , การไปดูดูงานก็เท่าที่จำเป็น ค่าเครื่องบินก็ใช้ชั้นธุรกิจบ้าง Business บ้าง ใช้ Low Cost บ้าง โอเค ขอบคุณ ขอบคุณมากๆ นะ ตนถือว่าเป็นตัวอย่างนะ เราก็ต้องจัดระเบียบ เป็นผู้น้อยก็ต้องเริ่มอย่างนี้ก่อนนะ ตนก็ลำบากมาก่อนเหมือนกัน ก็เป็นชั้นผู้น้อยมาก่อน มันก็ต้อง มันเท่ากันไม่ได้หรอก เพราะมันมีระเบียบราชการ ค่าใช้จ่ายงบประมาณต่างกันนะ ก็ขอให้ดูแลให้ดี การไปดูงานจำเป็นจริงๆ ก็ขออนุมัติเข้าครม.มา ส่วนหนึ่งก็อยู่ในอำนาจของรัฐมนตรี แต่ขอให้กลั่นกรองนะ ไม่ให้ไปดูเลยคงไม่ได้ วันนั้นผมก็พูดเร็วไปนิดหนึ่ง เพราะดูแล้วมีหลายหลักสูตร มีหลักสูตรการศึกษาบ้าง อะไรบ้าง วันนี้เรายิ่งต้องไปสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่ใช้เป็นประโยชน์ ถ้าไปแล้วไปเที่ยวอย่างเดียวไม่ให้ไปนะ มีรายละเอียดมาชี้แจงด้วย
‘นายกฯ’ จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปฎิรูปการศึกษาชาติ
6 มี.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ถึงการปฎิรูปการปฏิรูปการศึกษา ว่า เรื่องการปฎิรูปการศึกษาถือว่ามีความสำคัญ เร่งด่วน วันนั้นตนเรียนไปแล้ว ในรม.ว่าผมพยายามเป็น ซุปเปอร์บอร์ดการศึกษาให้ ตนก็ไม่ใช่นักการศึกษานะ แต่ผมเอาปัญหามาดู ก็จะตั้งของรัฐบาลมา เอาบุคคลภายนอกให้ที่จะมาให้ความรู้ ให้ข้อมูล ตนจะสั่งลงไป ร่วมกับบอร์ดของกระทรวงศึกษาวันนี้เขาตั้งอยู่แล้ว ตนเห็นท่านก็ตั้งใจ ทีนี้เราจะกำหนดให้ชัดเจนขึ้นว่าระยะแรกจะทำอะไรกันบ้างจะได้ตอบคำถามสังคมได้วันนี้ไง หลายอย่างทำไปหมดแล้วละ อีหลายอย่างก็ต้องไปรอปฏิรูป จะไปทำโครงสร้าง ปฏิรูปต่อไปในระยะที่ 2 เป้าหมายแรก ที่ตนต้องการ 6 เดือนนี้ หรือในปีนี้ คือต้องตอบคำถามให้ได้ว่า เด็กจบ ป.1 ต้องอ่านออกเขียนได้ และต้องมีการประเมินผลที่เป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาไปประเมินตอน ป. 3 มันช้าไปแล้ว ยังอ่านไม่ได้เหมือนกันอ่านได้น้อยมากเด็กชั้น ม.1-6 ต้อง มีชั่วโมง มีเวลานะ หาวิชาเสริมเป็นสาขาวิชาชีพ ให้เขามาเรียนรู้ ให้เขาเลือกเองได้ เช่น จะเป็นช่าง อ๊อก ช่างไฟฟ้ ช่างแอร์ ช่างอะไรว่าไป ที่นอกจากการเรียนวิชาทางการศึกษาแล้วนะ คุณวุฒิแล้วก็ไปเรียน เอาวาอาชีวะเข้ามาใส่บ้าง ไม่งั้นคนก็ไปเรียนเอาปริญญาอย่างเดียวไงอันนั้นเรียนเพื่อไปสอบปริญญาก็ได้หมด แต่จะต้องให้เขาเลือกเขาอาจจะ ไม่เหมาะนะ ถ้าเรียนแบบนี้ไป ไปสอบแบบโน้นแบบนี้ไม่ไหวแน่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การเชื่อมโยงการศึกษากับการส่งเสริมวิชาชีพ ให้ตรงความต้องการของท้องถิ่นและประเทศชาติด้วย AEC จะไปยังไง เราจะเดินหน้าประเทศไปทางไหน เป็นอุตสาหกรรม เกษตรอุตสาหกรรมไหม ก็ต้องไปฝึกซิ เดี๋ยวเรามีรถไฟเข้ามาอีก ต้องมีวิศวกรรถไฟไหม วิศวกรรางไหมนะ จะพัฒนาเรื่องอาหารต่างๆ ก็ต้องมีนักวิจัย พัฒนาห้องทดลองไหม มันต้องผลิตใหม่ทั้งหมดเลยนะนี่ วันนี้มันกระจัดกระจายหมด ทุกคนไปเรียนมหาวิทยาลัยหมด ส่วนใหญ่ ไม่ได้นะ เกิน 50% 60% มั้ง ไปสอบ อะไร แล้วก็สอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ไม่ได้ทั้งหมดหรอก แล้วจบมาแล้วก็ไม่มีงานทำ นั้นแหละ ภาระ ปัญหาสังคม แล้วันหน้าก็เดือดร้อนอีกนะอีกเรื่องหนึ่งคือว่างานวิจัยนี่ต้องเร่งรัดวันนี้สั่งไปแล้วก็ต้องเร่งให้ได้ภายใน 6 เดือนอีกเหมือนกันนะ เอามาใช้ประโยชน์ให้ได้ ก็วิจัย วิเคราะห์ในสิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการนะเรื่องความสามารถในด้านภาษาอังกฤษนะครับ ไม่ต้องเอาขนาดไปพูดเป็นอะไร เป็นฝรั่งเป็นต่างประเทศหรอก ผมว่าเอาแค่ฟังเขาให้รู้เรื่อง แล้วก็พูดให้เขาพอเข้าใจบางอย่างเราไม่ได้ทำบานโดยใช้ภาษาโดยตรง เพียงแต่ว่าต้องคุ้นชินกับสำเนียงการพูดของเขาว่าเอ๊ะ เขาต้องการอะไร เวลาเขาสั่งงานเรา หรือเราจะไปถ่ายทอดลูกน้อง ถ้าไม่งั้นท่านก็เป็นหัวหน้าเขาไม่ได้ ถ้าท่านไม่รู้ภาษาอังกฤษเลยนะ นี่วันนี้ก็เห็นหลายคนสนใจเรื่องภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีน ที่เรียนๆ กันอยู่นี่ ผมเห็นนสนใจเยอะเลยนะก็อย่าลืมภาษาไทยแล้วกันนะครับ ภาษาไทยก็อย่าลืม เดี๋ยวเลยไม่เข้าใจกันอีก วันนี้ผมพูดภาษาไทยเลยนะนี่ นะ ก็อยากให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง มีความสุข มีอนาคต มีงานทำ
‘นายกฯ’ เชิญชวนร่วมเที่ยวงาน ‘วิถีข้าว วิถีไทย’ ริมคลองผดุงกรุงเกษม
6 มี.ค.58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติ ว่าเมื่อวานนี้ ตนได้ไปเปิดงาน “วิถีข้าว : วิถีไทย” บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล พื้นที่เดียวกันกับที่ได้จัดตลาดนัดกล้วยไม้ไทยที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นไปและรับความสนใจจากพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวมากมาย ทั้งเรื่องกล้วยไม้ แล้วก็เรื่องตลาดน้ำ วันนี้กำลังจัด “วิถีข้าว : วิถีไทย” เดือนหนึ่งนะครับ เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐ, เอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรที่ผลิตข้าวคุณภาพดี ทุกชุมชนนะครับ มามีโอกาสประชาสัมพันธ์ข้าวแปลกๆ หรือข้าวที่เป็นประวัติศาสตร์ ข้าวที่บ้านอื่นเขาไม่มีนะ แล้วที่มีคุณภาพดีๆ นี่ ผลิตขึ้นมา เพิ่มมูลค่าขึ้นมา เชื่อมโยงการตลาด จากเกษตรกรไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง จะได้เพิ่มมูลค่าสินค้าข้าวได้เป็นแนวทางเพิ่มรายได้และสร้างความภาคภูมิใจและขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรในการประกอบอาชีพทำนา กระตุ้นให้คนไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญและความเข้าใจในคุณค่าของข้าวไทย ก็จะต้องมีเรื่องการเรียนรู้เรื่องการปลูกข้าวสมัยใหม่ด้วยนะครับด้วยเทคโนโลยี ด้วยเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือ เพราะวันหน้าแรงงานด้านนี้จะหายไปเยอะ ไปทำอาชีพอื่นบ้างอะไรบ้าง แต่ข้าวยังจำเป็น เพราะฉนั้นต้องมีคนปลูกข้าว แต่ต้องปลูกแบบเมืองนอกเขาทำ ใช้เครื่องไม้เครื่องมือเครื่องจักร ทำไงรัฐจะไปช่วยตอนเริ่มต้นได้ เพราะซื้อเองไม่ไหว ตอนนี้ เกษตร กับ มหาดไทย กำลังเข้าไปช่วยดูอยู่ วันนี้เรามีหลายอย่างที่เป็นความมหัศจรรย์ของข้าวไทยนะ หลายประเทศไม่มี หลายประเทศมี ข้าวหอมเหมือนเราแต่ข้าวบางอย่างไม่มีเหมือนเรา เพราะมันเป็นพันธ์ของเราที่บรรพบุรุษเราได้ทำไว้ ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้คิดค้นพันธ์ข้าวใหม่ ๆ เอาพันธ์ข้าวเก่าโบราณมาฟื้นฟู หลายพันธ์ ด้วยกัน มีเป็นร้อย เป็นพันชนิด ทำยังไงข้าวเหล่านี้ อะไรจะทำขนมจีน อะไรจะไปหุงข้าว อะไรจะไปทำขนม มันมีหมดน่ะ นี่คนโบราณเราสอนมา เดี๋ยวนี้หายไปหมดแล้ว วันนี้ต้องฟื้นฟูให้ได้
" เราจะจัดขึ้นในระหว่าง วันที่ 5 มีนาคม – 5 เมษายน 1 เดือนเต็มๆ นะครับ มีนิทรรศการด้วย มีความรู้ที่เป็นประโยชน์มากมาย อาทิ นิทรรศการพระราชกรณียกิจ ในการพัฒนาข้าวไทย การจัดแสดงสินค้าข้าวคุณภาพและนวัตกรรม การแปรรูปข้าว เชื่อมโยงสินค้าข้าวคุณภาพจากชุมชนต่าง ๆ มาให้สู่ประชาชนนะครับ แล้วก็ผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าว เรามีดีๆ เยอะนะที่ส่งขายบ้าง กินเองบ้าง อะไรบ้างนี่ ไม่รู้หรอก บางที่ก็นี่ไมทยทำนะ แต่บางทีมันเป็นภาษาอังกฤษไง แล้วบางทีก็ตัวเล็กๆ Made in Thailand ทั้งนั้น เราต้องเร่งตรงนี้มา นี่เขาเรียกว่าทำนวัตกรรม ทำอะไรที่มันอร่อยกว่าเขา ทำเหมือนเขาก็ขายไม่ได้ เพราะต้นทุนเรามันสูง ราคาค่าแรงมันสูงไง งั้นทำอะไรต้องอร่อยกว่าเขา และถูกกว่าเขา เพื่อไปชดเชยค่าแรงไง จำที่ผมพูดไว้ด้วย นอกนั้น ยังมีการจัดแสดงวัฒนธรรม ประเพณี วิถีข้าว วิถีชาวนา วิถีไทย จาก 4 ภาคทั่วประเทศ ตลอดจนมีกิจกรรมการสาธิตฝึกอาชีพด้านการแปรรูปข้าว การฝึกอาชีพการประกอบอาหาร ที่แปรรูปจากข้าว เช่น น้ำข้าวกล้องงอกมีคุณภาพมากนะครับสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ที่มา: http://www.komchadluek.net

0 comments:
Post a Comment