Home » » สงครามซีเรียเพราะอากาศโลกเปลี่ยนแปลง?

สงครามซีเรียเพราะอากาศโลกเปลี่ยนแปลง?

Written By citycal on Sunday, 7 March 2010 | 01:36


 เราได้ยินกันมานานแล้วว่า ผลกระทบจากภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลง หรือ ไคลเมต เชนจ์ ในท้ายที่สุดแล้ว จะกลายเป็นสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มนุษย์จับอาวุธเข้าห้ำหั่นกัน เมื่อภัยแล้งและโลกร้อนจนกระทบผลผลิตการเกษตร ทำให้ทรัพยากรที่เคยมี ไม่พอใช้ไม่พอกินโดยเฉพาะในประเทศที่ไร้เสถียรภาพ และล่าสุด สงครามความขัดแย้งในซีเรีย ถูกนักวิทยาศาสตร์นำมาใช้เป็นกรณีตัวอย่างแรกของคำทำนายนี้แล้ว

          ผลศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ในสหรัฐ ระบุว่า ภัยแล้งที่มีไคลเมต เชนจ์ เป็นตัวกระตุ้นซึ่งเริ่มจากปลายปี 2549 ถึง 2552 รุนแรงที่สุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของซีเรีย เป็นปัจจัยนำไปสู่ความไม่สงบทางการเมือง เพราะภัยแล้งซ้ำเติมความมั่นคงของทรัพยากรน้ำและปัญหาภาคเกษตรที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ผลักดันให้ชาวซีเรียในชนบท 1.5 ล้านคนอพยพเข้ามาใกล้กับเขตเมือง การอพยพย้ายถิ่นทำให้โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไป บ่มเพาะความไร้เสถียรภาพทั้งในและรอบๆ เมืองต่างๆ

          จริงอยู่ที่สาเหตุของภัยแล้งเกิดจากตัวแปรทางธรรมชาติหลายอย่าง แต่นักวิจัยสรุปว่าภัยแล้งในซีเรียเมื่อเกือบ 9 ปีก่อน ซึ่งสาหัสกว่าปกติสองถึงสามเท่า เพราะสภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลง และหากเกิดจากตัวแปรธรรมชาติโดยลำพัง จะไม่รุนแรงในระดับที่เห็น

          การศึกษานี้รวบรวมข้อมูลทางเศรษฐกิจ สังคม และภูมิอากาศที่เกี่ยวเนื่องจาก "ดินแดนพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ" ดินแดนคาบเกี่ยวพื้นที่ของตุรกี ซีเรียและอิรัก ซึ่งการทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์เริ่มมาตั้งแต่เมื่อ 1.2 หมื่นปีก่อนและยังคงมีความสำคัญ ภูมิภาคแห่งนี้ร้อนขึ้น 1-2 องศาเซลเซียสนับจาก พ.ศ.2443 และปริมาณน้ำฝนในฤดูฝนลดลงเฉลี่ย 10%

          นอกจากภาวะโลกร้อนที่มีสาเหตุจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์แล้ว ซีเรียยังมีประชากรเพิ่มรวดเร็ว จาก 4 ล้านคนในคริสต์ทศวรรษที่ 1950 เป็น 22 ล้านคนในปัจจุบัน

          รัฐบาลซีเรียสนับสนุนการปลูกพืชส่งออกที่ใช้น้ำมาก อาทิ ฝ้าย ขณะการขุดเจาะน้ำบาดาลอย่างผิดกฎหมาย ทำให้แหล่งน้ำใต้ดินลดน้อยถอยลง ผลกระทบจากภัยแล้งเห็นได้ทันที ผลผลิตการเกษตรซึ่งมีสัดส่วน 1 ใน 4 ของเศรษฐกิจประเทศ ลดลง 1 ใน 3

          ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งได้รับผลกระทบหนักสุด ปศุสัตว์แทบล้มหายตายจาก ราคาธัญพืชพุ่งสองเท่าและโรคภัยไข้เจ็บที่เกี่ยวข้องกับการขาดโภชนาการในเด็กเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ประชาชนราว 1.5 ล้านคนต้องหนีความแร้นแค้นเข้าเมือง นักวิจัยอีกคนกล่าวว่า ยากจะรู้ว่าภัยแล้งเป็นสาเหตุหลักหรือรอง แต่มันนำไปสู่ผลลัพธ์เลวร้ายเมื่อบวกเข้ากับความเปราะบางอื่นๆ ที่มีอยู่ก่อนหน้า และแรงกดดันอันเกิดจากไคลเมต เชนจ์ จะยิ่งอันตรายขึ้นไปอีก เมื่อประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสวนทางกับทรัพากรที่หายากขึ้น

          ความขัดแย้งซีเรียเริ่มเมื่อมีนาคม 2554 จากการประท้วงต่อต้านระบอบประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาด  ลุกลามเป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธจากหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่กบฏสายกลางที่สหรัฐหนุนหลังจนถึงกลุ่มสุดโต่งไอเอส จนทำให้มีผู้ล้มตาย 2 แสนคน อีก 7.6 ล้านคนกลายเป็นคนไร้ที่อยู่ภายในประเทศ

          นักวิจัยกล่าวด้วยว่า ตุรกี เลบานอน อิสราเอล จอร์แดน อิรัก และอัฟกานิสถาน อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจากภัยแล้งมากที่สุด เนื่องจากสภาพความแห้งแล้งตามธรรมชาติและประวัติศาสตร์ความขัดแย้งในภูมิภาค ส่วนอิสราเอลเตรียมพร้อมรับมือกับไคลเมต เชนจ์ ได้มากกว่าเพื่อนบ้าน เนื่องจากฐานะการเงิน เสถียรภาพทางการเมืองและการนำเข้าอาหารจำนวนมาก ส่วนประเทศแอฟริกาตะวันออก ประเทศเสี่ยงมากได้แก่โซมาเลีย และซูดาน

          ศ.ริชาร์ด ซีเกอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ผู้ร่วมเขียนรายงานกล่าวว่า นักวิจัยไม่ได้กำลังบอกว่าภัยแล้งเป็นเหตุให้เกิดสงคราม แต่กำลังบอกว่าเหนือปัจจัยตึงเครียดอื่นๆรวมกัน ภัยแล้งที่รุนแรงสุดขีดเพราะไคลเมต เชนจ์ ผลักดันทุกอย่างจนก้าวข้ามเป็นความขัดแย้งอย่างเปิดเผย ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวและนี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น จะเป็นเช่นนี้ต่อไปตลอดศตวรรษปัจจุบัน ท่ามกลางความแห้งแล้งของดินแดนเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก

ที่มา: http://www.komchadluek.net

0 comments:

Post a Comment

Powered by Blogger.