เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัวผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะคดีทางการเมือง และมาตรา 112 ที่หลบหนีไปต่างประเทศ มาดำเนินคดี ว่า หากเป็นคดีอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคดีทางการเมือง เช่น ก่อการร้าย ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะขอตัวมาดำเนินคดี เพราะทุกประเทศมีกฎหมายเชื่อมโยงกัน ส่วนความผิดตามมาตรา 112 นั้น หากประเทศใดไม่มีเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องยากที่จะนำตัวกลับมา แต่เราต้องสร้างการรับรู้ให้ประเทศนั้นทราบว่าประเทศไทยรับเรื่องนี้ไม่ได้ เหมือนที่ชี้แจงให้นิวซีแลนด์ทราบ โดยชี้แจงว่าบุคคลนั้นมีความผิด ตามมาตรา112 ไม่ได้ผิดเรื่องการเมือง ซึ่งต้องทำให้ชัด และต้องมีหลักฐาน
"ส่วนเรื่องการผ่อนปรน การบังคับใช้มาตรา 112 ให้เหมือนกับประเทศนิวซีแลนด์ และอังกฤษนั้น ต้องถามว่าประเทศไทยไปถึงตรงนั้นหรือยัง เหมือนที่นายกฯ เคยพูดไว้ เป็นเรื่องใหญ่ที่จะคิดตรงนี้ มาตรา 112 เป็นเรื่องการหมิ่นสถาบัน ต้องดูว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะสถาบันของประเทศไทย ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาต่อสู้ในทางกฎหมายได้ จึงต้องมีมาตรา 112 เพื่อให้ฝ่ายบริหารได้ทำหน้าที่นั้นแทน แต่ก็มักถูกอ้างเสมอว่าฝ่ายบริหารใช้เป็นเรื่องการเมืองกล่าวร้ายกัน ถึงบอกว่าวันนี้เราจำเป็นที่จะไม่มีกฎหมายฉบับนี้ใช่ไหม จะให้สถาบันลงมาใช่ไหม เรื่องนี้ต้องคิด เราเป็นคนไทยต้องคิดเองว่าเมืองไทยถึงตรงนั้นหรือยัง” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องนิรโทษกรรมที่จะให้เกิดความปรองดอง เป็นเรื่องของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ต้องดำเนินการ แต่นายกฯ พร้อมที่จะพูดคุยฝ่ายบริหาร โดย คสช.และนายกฯ พร้อมร่วมกันคิด ต้องเดินหน้าต่อไป แต่ขณะนี้ต้องรอเวลาลงตัวเท่านั้น.
........
ที่มา: www.dailynews.co.th

0 comments:
Post a Comment